1.ความหมายของโครงสร้างข้อมูล
- ข้อมูล ( Data ) คือ ข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขหรือไม่เป็นก็ได้
- โครงสร้าง ( Structure ) คือ ความสัมพันธ์ของกลุ่มสมาชิก กระบวนการในการจัดเก็บข้อมูลในโครง สร้าง เช่น การเพิ่ม การลด การแก้ไข
2. ประเภทของโครงสร้างข้อมูล
แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท
-1. โครงสร้างข้อมูลแบบกายภาพ คือ สามารถมองเห็นและสัมผัสได้
-2. โครงสร้างข้อมูลทางตรรกะ คือกระบวนการคิดและวิเคราะห์ หรือ วิธีการคิด
3. การเลือกใช้โครงสร้างข้อมูลแบบใดนั้นจะต้องคำนึงถึง
-โครงสร้างข้อมูลนั้นสามารถสร้างความสัมพันธ์ให้กับข้อมูลชุดนั้นได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด (ความสมบูรณ์วัดจากวัตถุประสงค์ที่ใช้ข้อมูล ) - โครงสร้างข้อมูลนั้นต้องง่ายต่อการดำเนินการในระบบ
4. การแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหลัก
ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะมีการแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหลัก อยู่ 2 วิธีคือ
-1.การแทนที่ข้อมูลแบบสแตติก การแทนที่แบบสแตติกนี่จะคงที่อยู่ตลอดเวลา จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน -2.การแทนที่ข้อมูลแบบไดนามิก การแทนที่แบบไดนามิกจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หน่วยความจำที่ไม่ได้ใช้สามารถส่งคืนแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ขั้นตอนวิธี
เป็นการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีระบบ และลำดับตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งได้ผลลัพธ์สามารถเขียนได้หลายรูปแบบ การเลือกใช้ต้องเลือกใช้ขั้นตอนวิธีที่เหมาะสม กระชับ และรัดกุม
คำถาม การแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหักใดที่มีการคงที่อยุ่ตลอดเวลา จะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อจำเป็น ?
1.ความหมายของโครงสร้างข้อมูล
- ข้อมูล ( Data ) คือ ข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขหรือไม่เป็นก็ได้
- โครงสร้าง ( Structure ) คือ ความสัมพันธ์ของกลุ่มสมาชิก กระบวนการในการจัดเก็บข้อมูลในโครง สร้าง เช่น การเพิ่ม การลด การแก้ไข
-2. โครงสร้างข้อมูลทางตรรกะ คือกระบวนการคิดและวิเคราะห์ หรือ วิธีการคิด
เป็นการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีระบบ และลำดับตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งได้
คำถาม การแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหักใดที่มีการคงที่อยุ่ตลอดเวลา จะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อจำเป็น ?

